ในปี 2022 ปริมาณการผลิตเหล็กดิบทั่วโลกแตะระดับ 1.885 พันล้านตัน

บริษัทเหล็กของจีน 6 แห่งติดอันดับ 10 บริษัทผู้ผลิตเหล็กดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก
2023-06-06

จากข้อมูลสถิติเหล็กโลกปี 2023 ที่เผยแพร่โดยสมาคมเหล็กโลก ระบุว่า ในปี 2022 ผลผลิตเหล็กดิบทั่วโลกอยู่ที่ 1.885 พันล้านตัน ลดลง 4.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการบริโภคเหล็กโดยรวมอยู่ที่ 1.781 พันล้านตัน

ในปี 2022 ประเทศผู้ผลิตเหล็กดิบรายใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกของโลกล้วนเป็นประเทศในทวีปเอเชีย โดยจีนผลิตเหล็กดิบได้ 1.018 พันล้านตัน ลดลง 1.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 54.0% ของการผลิตทั่วโลก ครองอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออินเดีย 125 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.93% หรือ 6.6% ครองอันดับสอง และญี่ปุ่น 89.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 4.7% ครองอันดับสาม ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียมีส่วนแบ่งการผลิตเหล็กดิบรวมของโลก 8.1% ในปี 2022

ในปี 2022 การผลิตเหล็กดิบของสหรัฐฯ อยู่ที่ 80.5 ล้านตัน ลดลง 6.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ในอันดับที่สี่ (ผลผลิตเหล็กดิบทั่วโลกอยู่ที่ 5.9%) การผลิตเหล็กดิบของรัสเซียอยู่ที่ 71.5 ล้านตัน ลดลง 7.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ในอันดับที่ห้า (รัสเซียและประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS และยูเครนคิดเป็น 4.6% ของโลก) นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศคิดเป็น 7.2% ของโลก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในยุโรปผลิตได้ 2.4% และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ได้แก่ แอฟริกา (1.1%) อเมริกาใต้ (2.3%) ตะวันออกกลาง (2.7%) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (0.3%) ผลิตได้ 6.4% ของโลก

ในแง่ของการจัดอันดับองค์กร บริษัทเหล็กของจีน 6 ใน 10 อันดับแรกของผู้ผลิตเหล็กดิบรายใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2022 ได้แก่ China Baowu (131 ล้านตัน), AncelorMittal (68.89 ล้านตัน), Angang Group (55.65 ล้านตัน), Japan Iron (44.37 ล้านตัน), Shagang Group (41.45 ล้านตัน), Hegang Group (41 ล้านตัน), Pohang Iron (38.64 ล้านตัน), Jianlong Group (36.56 ล้านตัน), Shougang Group (33.82 ล้านตัน) และ Tata Iron and Steel (30.18 ล้านตัน)

ในปี 2022 ปริมาณการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปทั่วโลกจะอยู่ที่ 1.781 พันล้านตัน โดยจีนมีสัดส่วนการบริโภคมากที่สุด คิดเป็น 51.7% รองลงมาคืออินเดีย 6.4% ญี่ปุ่น 3.1% ประเทศอื่นๆ ในเอเชียคิดเป็น 9.5% กลุ่มประเทศ EU 27 คิดเป็น 8.0% ประเทศอื่นๆ ในยุโรปคิดเป็น 2.7% อเมริกาเหนือคิดเป็น 7.7% รัสเซียและประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม CIS และยูเครนคิดเป็น 3.0% รวมถึงแอฟริกา (2.3%) อเมริกาใต้ (2.3%) ตะวันออกกลาง (2.9%) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (0.4%) และประเทศอื่นๆ คิดเป็น 7.9%


วันที่โพสต์: 6 มิถุนายน 2023